คุณรู้หรือไม่ว่ามากถึง 90% ของคนเราประสบกับอาการ "อยากฟังเพลง" เป็นประจำทุกสัปดาห์? นี่คืออาการที่เพลงบางเพลง เช่น "Bad Romance" ของ Lady Gaga วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทำไมสมองของเราถึงทำแบบนี้? ในทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ภาพจินตนาการทางดนตรีโดยไม่ตั้งใจ หรือ INMI ดร.วิกกี้ วิลเลียมสัน จากวิทยาลัยโกลด์สมิธส์ มหาวิทยาลัยลอนดอน ได้ศึกษาว่าปรากฏการณ์นี้กระตุ้นเปลือกสมองส่วนการได้ยินอย่างไร ราวกับว่าเรากำลังฟังเพลงอยู่จริงๆ บ่อยครั้ง สาเหตุของ "ความติดหู" มาจากทำนองที่เรียบง่ายและซ้ำๆ กัน...
คุณรู้หรือไม่ว่ามากถึง 90% ของคนเราประสบกับอาการ "อยากฟังเพลง" เป็นประจำทุกสัปดาห์? นี่คืออาการที่เพลงบางเพลง เช่น "Bad Romance" ของ Lady Gaga วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทำไมสมองของเราถึงทำแบบนี้? ในทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ภาพจินตนาการทางดนตรีโดยไม่ตั้งใจ หรือ INMI ดร.วิกกี้ วิลเลียมสัน จากวิทยาลัยโกลด์สมิธส์ มหาวิทยาลัยลอนดอน ได้ศึกษาว่าปรากฏการณ์นี้กระตุ้นเปลือกสมองส่วนการได้ยินอย่างไร ราวกับว่าเรากำลังฟังเพลงอยู่จริงๆ บ่อยครั้ง สาเหตุของ "ความติดหู" มาจากทำนองที่เรียบง่ายและซ้ำๆ กัน โดยมีการพลิกแพลงเล็กน้อยที่คาดไม่ถึง ลองนึกถึงท่อนฮุคของเพลง "Bohemian Rhapsody" ของวง Queen หรือ "Call Me Maybe" ของ Carly Rae Jepsen ดูสิ James Kellaris ได้ระบุรูปแบบเหล่านี้ไว้แล้ว เพื่อกำจัดเสียงเพลงที่ไม่พึงประสงค์ อย่าพยายามเพิกเฉยต่อมัน งานวิจัยปี 2015 จากมหาวิทยาลัยเรดดิงพบว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้! เพราะมันไปครอบครองพื้นที่สมองส่วนเดียวกัน ทำให้สมองถูกรบกวนและเบี่ยงเบนความสนใจ ถึงแม้ว่ามันอาจจะน่ารำคาญ แต่ความรู้สึกอยากฟังเพลงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสมองของคุณกำลังทำงานอย่างกระตือรือร้น เพลงบางเพลง เช่น "It's a Small World" จากดิสนีย์แลนด์ อาจติดอยู่ในหัวคุณได้หลายวัน ดังนั้น สมองของคุณจึงมีความเป็นดนตรีสูงมาก!
Select how you want to watch this video